Tle's profileU_H_FPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 29

    ที่ผ่านมา...

     
     
     
     
     
     
    February 18

    Talking about YouTube - Her Morning Elegance / Oren Lavie

     

    Quote

    Talking about YouTube - Her Morning Elegance / Oren Lavie
      
    February 16

    ปล่อยผ่าน หรือ เก็บไว้

     
    อยู่มาก็หลายเดือนแล้ว แปดเดือนได้แล้วมั้ง
     
    ตอนนิเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหมือน เรือไร้หางเสือ คนหลงทาง
     
    อาจจะเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดจะจริงจังอะไรกับชีวิต
     
    ปล่อยให้ชีวิตไหลผ่านไปตามกระแส อะไรเกิดขึ้น ก็แก้มันเฉพาะหน้า
     
    แรงบัลดาลใจ...
     
    ตอนนิคงไม่มีให้ลุกมาทำอะไร แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนตัวเองอะไรฉับผลัดขนาดนั้น
     
    แค่   อยากรู้ว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี ทำเพื่ออะไรดี
     
    ไม่อยากพูดถึงอดีตอีก เพราะมันจะคอยลั้งเราไว้
     
    แต่ถ้าเราลืมมันไปเลยก็คงไม่ได้
     
    บางครั้งตอนเราอายุ สี่สิบ กลับมานั่งอ่าน ก็คงขำในความโง่เขล่า
     
    หรือไม่มีโอกาสได้กลับมาอ่าน...
     
    อยากลุกขึ้นเดินแล้วละ คนเดินด้วยกันก็มีแล้วจะรออะไรอีกละใช่ไม๊
     
    บางครั้ง คุณได้ยินเพลงเพราะๆ แต่ไม่รู้ชื่อเพลง แล้วก็ปล่อยผ่านไป
     
    บางครั้ง คุณได้อ่านหนังสือดีๆ แต่พอนานไป เราก็ลืมมัน
     
    บางครั้ง คุณได้พบคนดีๆ แต่แล้วคุณก็คิดว่า เดี๋ยวก็เจอคนที่ดีกว่า
     
    คุณเปิดทีวีข่าวสารมากมายมีให้คุยเลือกหลายรูปแบบ
     
    เปิดอินเตอร์เนต คุณอ่านแล้วอ่านอีก ผู้คนต่างเขียนเรื่องราวมากมาย
     
    อ่านแล้วอ่านอีกก็ไม่ใช่เรา
     
    เขียนในสิ่งที่เราเป็นเอง
     
    นิคงเป็นแรงบัดาลใจแรกที่ผมจะเริ่มทำ
     
    กลับมาประเมินชีวิตแทนการนั่งบ่น
     
    แต่....
     
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    กูกำลังบ่นหอกอะไรอยู่เนี๊ยะ ฮ่ะๆๆ
     
    คิดถึงมึงวะ
     
     
    January 02

    เรื่องบังเอิญ?

    เรื่องที่ผ่านมาทั้งปี มันบังเอิญไม๊วะ
    มันช่างดูเหมาะเจาะไปหมด
     
    เออ ออกจากร้าน ตอนเที่ยงคืน31  พอดี
     
    แฮปปปปปี้นิวเยีย ได้พักผ่อนอีก สิบวัน
     
    แล้วก็มุ่งหน้าสู่โอเรกอนนนนนนน
     
     
    เริ่มต้นชีวิตใหม่ และครอบครัวใหม่
    ปีนี้จะมีแต่เรื่องดีๆแน่นอน
    October 16

    นับถอยหลัง...

    อีกไม่นานก็จะปีใหม่แล้ว
     
    หลายต่อหลายปีมักจะคิดว่า อะไรวะ... แป๊ปๆ ปีใหม่อีกและ
     
     
    แต่ปีนี้มันไม่ใช่เล...
     
    ปีนิมีจุดเปลี่ยนเยอะที่สุดที่เคยเจอมา
     
    และสิ้นปีนิก็จะเปลี่ยนอีก...
     
    เริ่มจากต้นปี จากที่ไม่เคยต้องออกไปนอนนอกบ้าน ก็ต้องออกไปนอนที่ทำงานสามเดือน
     
    และต้องมารู้อีกว่า พ่อจะอยู่ได้ไม่เกิดสามเดือน จาก โรคมะเร็งตับอ่อน
     
    เห็นพ่อตายต่อหน้า เวลา หกโมง ห้า นาที วันที่ ยี่สิบสี่ เมษายน
     
    หลังจากนั้นไม่มีที่อยู่ ต้องไปนอนบ้านเพื่อน นาน สามเดือน
     
    ได้มาซานฟราน...
     
    มาได้ห้าวัน ได้งานทำอยู่ไกลบ้าน ต้องนั่งรถไฟ ไปชม.นึง ทำ เก้าโมง ถึงสี่ทุ่ม ทำสามวันต่ออาทิตย์
     
    ทำได้สามเดือน
     
    ย้ายมาทำในซานฟราน ทำทุกวัน
     
    ตอนนี้...
     
    เหลืออีกแค่สองเดือน กำลังจะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง
     
    จะเจออะไรอีกกับชีวิตนี้
     
    นิก็ใกล้วันเกิดป๋าแล้วซินะ ถ้าป๋าอยู่ จะซื้ออะไรให้ป๋าดีนะ
     
     
     
    October 04

    Time machine

    วันนิ กำลังนั่งเล่นคอมผ่อนคลาย
    ก็มานั่งคิดว่า ช่วงนิทำไม ระดับความสุขของเรามันน้อยจัง 
     
    ไม่ใช่ว่ามีความทุกข์เยอะ  มันก็ไม่ค่อยมีหรอก...
    ลืมๆมันไปแหละ ไม่ค่อยเก็บไว้ซักเท่าไหร่หรอก
    ก็มานั่งๆคิดดู แต่ก่อนเรานั่งรถเมล์ก็เพลินๆ
    เห็นอะไรก็สวยงาม เห็นอะไรนิดหน่อยก็ยิ้มแย้ม
    ของเราคนเดียวได้
     
    แต่เดี๋ยวนี้มันไม่มีแล้วทำไมนะ
     
    คิดถึงสมัยก่อนเบื่อๆเซ็งๆก็นั่งรถไปพัทยา นั่งเล่นคนเดียว
    ตอนเด็กเบื่อๆก็ เดินออกไปซื้อ ไอติมแม๊กนั่ม เลย์ เป๊ปซี่
    กลับมาเปิดทีวีดู
     
    เดี๋ยวนิ ทำอะไรมันก็เบื่อๆ เบื่อง่ายจริงๆ มันเป็นอะไรๆ ติสแดก อะไรตอนนิ
     
    คิดถึงป๋าๆๆๆๆๆๆๆ ป๋ามาเค้าฝันเค้าหน่อยเค้าเบื่อ
    คิดถึง ปลาคราฟ ลูซี่ ลัคกี้
    คิดถึง ลูกชิ้นปิ้ง รถเมล์สาย 23 ป้อมพระสุเมรุ คิดถึงเกาะเกร็ด
    อยากให้มีคนมาเคี๊ยวเข็นเราอีก
    เบื่อที่ต้องคอยบอกตัวเอง คิดนู้นนิเองแล้ว คิดเยอะปวดหัว
     
    คิดถึงบอลลูนสี กระต่ายขาเดียว
    คิดถึงทอยเส้น
    อืมคิดถึงวัยเด็กจัง
     
    September 29

    วงจรชีวิต

    อ้า... หนาวจัง บรึ๋ยๆๆ
     
    เที่ยงแล้วเหรอ นอนต่ออีกหน่อย...
     
    อื้มมมม บิดขี้เกียจ บ่ายโมงแหละ
     
    "ฮัลโหล ตะเองเหรอทำอะไรอยู่ค่ะ"
     
    เดี๋ยวเค้าอาบน้ำก่อนนะ...
     
    บ่ายสาม เค้าไปทำงานก่อนนะค่ะ
     
    .
    .
    .
     
    เยี่ยมรถเมล์มาพอดี
     
    อ้าวสัดเด็กเต็มรถเลย
     
    .
    .
    .
     
    เชี่ยเอ้ยรถพึ่งไป รู้งี้ออกให้เร็วกว่านี้ก็ดี
    .
    .
    .
    ถึงร้านแล้ว ไก่ทอดหมดยังวะ เซ็งวะต้องทอดริง แม่งใช้เวลาทอดนาน
     
    หวัดดีครับพี่ๆ ยิ้มแย้มๆ
     
    ทุุ่มครึ่ง วันนี้จะบีซี่ไม๊น้อ
     
    ทุ่มสี่สิบห้า นั่นไงกูว่าแล้ว บีซี่สัด
     
    ชิบหายของจะหมด เอาพี่งาไปไหน ไม่มาจัดจาน
     
    ชิบหาย ออเดอร์ออกช้า เดี๋ยวกูโดน
     
    แม่งจะบีซี่ห่าไรนักเนี่ยะ
     
    เที่ยงคืน เมื่อย อยกกลับบ้านอาบน้
     
    ตีหนึ่งกลับบ้าน เปิดคอม อาบน้ำ นอน คิดถึงนะตะเอง
     
    บรึ๋ยๆๆ หนาวจัง...
     
     
     
     
     
    September 06

    ผ่านไปได้

    ตกลงได้ทำงานทุกวันแล้ว คงที่ชีวิตการงาน รอสิ้นปีย้ายไปอยู่กะสุดที่รัก
     
    รอเค้าหน่อยนะค่ะ กรุณาใจเย็นๆ และช่วยทำตัวน่ารักๆด้วย
     
    อย่าขี้งอน เข้าใจ๋
    September 01

    บทที่สอง

    อยู่มาได้เกือบสองเดือน... พออยู่ได้
     
    พรุ่งนี้ไปทดลองงานที่ใหม่ได้เงินเยอะกว่าเดิม ร้านโอชา
     
    ไม่ต้องเดินทางไกล แต่เค้าบอกว่าเหนื่อยหน่อย สู้อยู่แล้วลูกชายป๋า
     
     
    July 29

    อยู่ไหนละมึง

    ความสุขของกูมันอยู๋ไหนวะ

    แม่งต้องคอยเอาแต่ใจตลอดเวลา

     

    เคยคิดถึงความรู้สึกกูบ้างไม๊ละ

     

    กูจะมีแฟนหาหอกอะไรวะเนี๊ยะ

    อยู่คนเดียวดีกว่าแบบนี้

    มึงเอาแต่ตัวเอง กูได้อะไรบ้าง

    พอกันที ไม่ทนมันแล้ว

     

    ควยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ไม่ทนแล้ว

    เบื่อชิบหายเลย

    ไม่เอาแล้ว

    กูโกรธทีก็ขอโทษที ไม่จบสักที คุยไม่เคยรู้เรื่องอะไรนักหนา ไปหาคนที่ดีรกว่ากูเถอะ ไปเลย

     

    July 21

    คิดหนัก

    มาได้ห้าวัน ได้งานทำในครัว
     
    แต่ต้องเดินทางสองชม.
     
    หรือจะหางานใหม่ดี
     
    เราไม่อยากเลือกงาน
     
    เฮ้ออออ ปวดหัว
     
    ไออ้วนอย่างอนบ่อย
     
    มาช่วยเค้าคิดก่อนนะค่ะ
     
     
    July 18

    ว่างเปล่า

     
    หลังจากไปเรียน (ดูเยาว์วัย) ก็ไปเดินถนน Haight St.
     
    แหล่งรวมวัยรุ่นของที่นี้
     
    ประวัติของที่นี้ไม่รู้เป็นไง แต่รู้ว่าดัง มีคนมาถ่ายรูปเพียบ
     
    เดินหัวถนนไปยัง ท้ายถนน ก็ยังคิดว่าที่ไทยเจ๋งกว่าอยู่ดี
     
    ที่นิดีแค่อากาศมันเย็น เหอะๆ
     
    ส่วนใหญ่ก็มีร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร ผับ บาร์
     
    เดินไปสักพักเจอสวนสาธารณะ ต้นไม้ต้นใหญ่ดี
     
    เดินๆไปอยู่ๆก็นอยรับประทาน
     
    นิพ่อกูตายแล้วจริงๆเหรอวะ
     
    เดินมาถึงยอดเขาเลิกคิด กลับบ้านดีกว่า
     
    ระหว่างรอรถเมล์ เห็นพวกโฮมเลส ยืดเต้นๆ อยู่หน้าผับ
     
    เจ๋งดี ความสุขเล็กๆ แบ่งกูบ้างดิ ความสุขอะ
     
    สมเพสตัวเองวะ
    July 16

    หลงทาง...

    วันนิเดินหลงทางอยู่แถว ถนนแวนเนส อยู่เป็นชม. หงุดหงิดตัวเอง
     
    แต่พอเดินๆไป จากการรีบๆเดิน หาทางกลับบ้านให้ถูก ก็กลายเป็นค่อยๆเดิน
     
    การได้ค่อยๆดูสิ่งรายทางมันก็เพลินดี
     
    แต่เดินนานๆ เริ่มจะหิวก็เลยกลับบ้านดีก่า
     
    วันนิอากาศไม่ค่อยหนาว สบายๆ
     
    ถึงบ้านกินขนมจีนที่ไก่เอามาจากร้าน
     
    ตกเย็นไปเดิน เมยหวา ซื้อ เชอร์รี่ กะแอปเปิ้ล กะลดหุ่นซะหน่อย
     
    เพราะตั้งแต่มาเมกานิน้ำหนักขึ้นไป สี่โล!!!
     
    โดนไป 11 เหรียญ เพลินกูอ่านผิดคิดว่าเชอร์รี่ถุง 2.99
     
    แม่งพาวละ 2.99 หงุดหงิดตัวเองอีกรอบ ทำไมเด๋ออีกแล้ว
     
    July 15

    บทที่หนึ่ง

    ...เร็วจริงๆ
     
    ผ่านมาครึ่งปีเจอเหตุการณ์เยอะแยะไปหมด
     
    จุดเลี้ยวของชีวิตอีกครั้ง
     
    อยู่ๆก็มารู้ว่าป๋าเป็นมะเร็ง
     
    อยู่ๆป๋าก็เสีย
     
    คิดว่าชีวิตมืดมนไปหมด
     
    แต่อยู่ๆ ก็ได้มาเมืองนอก
     
    เออชีวิตมันก็แบบนิซินะ ไม่มีอะไรแน่นอน
     
    จากที่ดูเหมือนชีวิตจะจบ กลับได้เริ่มใหม่
     
    หลับตาอีกตื่น... พรุ่งนี้มีเทส
     
    วันแรกของซานฟรานเมืองแห่งหมอก อนาคตที่ยังมองไม่เห็น
     
    ถึงตีนจะสั่น...แต่ใจสู้โว๊ย
     
    คิดถึงป๋า ป๋าอยู่กับเค้านะ
     
    DSC00742
    August 05

    เรื่องของคนในครอบครัว

    ผลงานของ คุณ นิดหน่อยต้องมี
     
    ----------------------------------------------------
     
    ฮูลิแกน : เฮ้ย !...วันนี้พี่นิดจะพาพี่ฝันค้างมาบ้าน.
    ฮาบีบี้ : เหรอ !...หู...จ๊าบมากกกก !!!.
    สามสี : ทำไมหูถึงจ๊าบล่ะ ??? (ทำหน้าสงสัย).
    กูกูกัมโม่ : หุบ...ปะ...ปากซะ ไอ้เวรสะ...สะ...สามสี !!!.

    ฮูลิแกน : กูว่านะ...แอบติดกล้องในห้องพี่นิดเถอะ !.
    ฮาบีบี้ : เออ...เยี่ยมมากกกกก.
    สามสี : จะถ่ายหนังกันเหรอ ??? (ทำหน้าสงสัย).
    กูกูกัมโม่ : หุบ...ปะ...ปากซะ ไอ้เวรสะ...สะ...สามสี !!!.

    ฮูลิแกน : เดี๋ยวแอบเอากล้องไปติดก่อนนะ.
    ฮาบีบี้ : เยี่ยมมากกกกก !!!.
    สามสี : งั้นผมช่วยนะ (กุลีกุจอเต็มที่).
    กูกูกัมโม่ : หุบ...ปะ...ปากซะ ไอ้เวรสะ...สะ...สามสี !!!.

    ส า ม สี ห น้ า ง อ เ ดิ น อ อ ก ไ ป ข้ า ง น อ ก . . .
    ที่ เ ห ลื อ ช่ ว ย กั น ติ ด ก ล้ อ ง พั ล วั น . . .

    ฮูลิแกน : มึงว่าเค้าจา กึ๋ยๆๆๆ กันม๊าย.
    ฮาบีบี้ : 5555555555555555555 ชัวร์ !!!.
    กูกูกัมโม่ : อูย...คะ...คะ...แค่คิดก็เสียวแล้วววว !!!.


    ......................................................................


    ฮูลิแกน : เฮ้ย !...ไอ้สามสีตูดหมา ไปไหนมาวะ.
    ฮาบีบี้ : นั่นดิ...ซนจริงนะมึง !!!.
    กูกูกัมโม่ : อะ...อะ...ไอ้เด็กเวร !!!.
    สามสี : ไปขอลายเซ็นที่ฝันฯ มา...เห็นว่าจะถ่ายหนังในห้องนอนกันนี่.

    ฮูลิแกน : จ๊ากกกกกกกกกกกก !!!.
    ฮาบีบี้ : จ๊ากกกกกกกกกกกก !!!.
    กูกูกัมโม่ : จะ...จะ...จะ...จ๊ากกกกกกกกกกกก !!!.
    สามสี : ไรเหรอ ??? (ตาใสปิ๊งงงง)...


    ......................................................................


    เ ย็ น วั น นั้ น เ อ ง . . .


    นิดหน่อย : ตะละแม่ฝันค้างยาใจด่ากู บอกว่าเกลียดกู...กูทำไรผิดวะ (น้ำตาไหลพรากกก).
    ฮูลิแกน : ..............................
    ฮาบีบี้ : ..............................
    กูกูกัมโม่ : ..............................
    สามสี : อ่ะ...พี่นิดคับ ลายเซ็นพี่ฝันฯ (ยิ้มจริงใจ).



    หมายเหตุ : โ ธ่ ! . . . ไ อ้ เ ด็ ก เ ว ร . . .

    June 09

    ...

     
     
    ผลงานของ จ่าโจ  อีกแล้วครับท่าน
     
     
    -----------------------------------------------------------------
     
     
     
    ความเป็นไปได้ ของความเป็นคน จากสายตาของคนอื่น คงจะห่างไกลจากความเป็นจริง

    ทุรกรรมทางกายมันมากเกินกว่าจะอธิบายจากหยาดน้ำตาและหยดน้ำเหงื่อ สิ่งมีชีวิต
    ที่แถกไถไปกับพื้นคอนกรีตร้อนระอุ ดุจพื้นทะเลทรายอันเว้งว้างด้วยความหวัง และ
    ความปราถนามีชีวิตอันสุขสมบูรณ์ เหมือนคำพิพากษาที่จำเลยต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตน
    มิได้เป็นผู้ก่ออย่างยอมจำนนกับระบบที่ตนมิได้มีส่วนร่วมบัญญัติ

    ชายคนนั้น ยังแถกกายไปตามพื้นทางเท้าอย่างมุ่งมั่น ในทางทิศที่ตนมุ่งหมาย ร่างกาย
    ที่มีองค์ประกอบของความเป็นคนไม่ครบถ้วนเนื่องด้วยขาที่ขาดหาย มือไม้ที่กุดด้วน
    เสื้อผ้า หน้า ผม ที่ผสมความเป็นชนชั้นจัญฑาลอันเป็นวรรณะต่ำสุดของชาวฮินดู เมื่อครั้ง
    สองพันปีล่วงมาแล้วตอนที่พระพุทธองค์ทรงทอดพระเนตรเทวทูตทั้งสี่ ยังคงสำแดง
    ความเป็นวรรณะ แม้จะห่างจากดินแดนชมพูทวีป แต่กลับยังคงปารกฏชัดเป็นรูปธรรมใน
    คราบร่างของเขาที่แถแถือกกาย ภายใต้สังคมที่เคยถูกขนานนามว่าเป็นแผ่นดินที่มีรอยยิ้ม
    เปื้อนใบหน้า

    ดั่งจะประกาศความเป็นไปของมนุษยชาติ ... ว่าพวกมึงย่ำเท้ากันอยู่กับที่

    กลิ่นอวลอบของความยากจนข้นแค้น และอับแสงความหวัง คลี่กระจายครอบคลุมร่าง
    สิ่งเดียวที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ผู้คนทั้งมวลมองเห็น กลับลอยเด่นในแววตาที่มุ่งมั่น

    แววตา ที่ไม่มีใครปรายตามอง

    แววตา ที่ทอดมองไปเบื้องหน้า

    แวววับ ที่ยังยิ้ม .. ในแววตา

    แววไว ที่คุณค่า ความเป็นคน

    ...

    เสียงแตรบีบดังสนั่นลากยาว กึกก้องสองถนน คนในรถอดสังเวชใจมิได้ แต่ความสมเพชในความ
    เป็นไปของร่างกายที่คืบคลานกระดื๊บ ๆ เบื้องหน้าดูจะมีมากกว่า ถนนมีให้รถวิ่ง ไม่ได้มีให้สิ่งมีชีวิต
    ที่คล้ายคนเพียง 3 ส่วน เหมือนสัตว์เลื้อคลานซะ 7 ส่วน มาคลานตัดหน้าตอนกูจะรีบไปแบบนี้

    " อยากตายห่ารึไงวะ .. มาคลานข้ามถนน "

    ไม่มีคำตอบใด หลุดรอดมาจากไรฟันที่เยินหยิก นอกจากการหันมาสบสายตากับท่านเจ้าของรถคันหรู
    ที่บรรทุกวงศาคณาญาติใส่เสื้อสีเหลืองมาเต็มคันรถ ชายคนนั้นยังมีสายตาที่มุ่งมั่นในสิ่งที่เขาเป็น
    ในที่ที่เขาจะไป ไม่มีม้แววตาโกรธแค้น ไม่มีแววตาที่ต่อว่า ..

    แต่แม้แววตาที่ดั่งนั้น มันก็มิพอลดทอนความไม่พอใจ ที่ต้องเบรครถกระทันหัน อันเป็นเหตุให้อากง
    หัวทิ่ม เอาฟันทองมาเฉาะที่หมอนรองหัวคนขับ ท่านเจ้าของรถยังบีบแตรไล่สัตว์เลื้อยคลานตาม
    สายตาที่ท่านมองเห็นตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

    " พิการแล้วก็ไปอยู่สถานสงเคราะห์สิวะ เดี๋ยวกูทับแม่งขาขาด "

    ณ ยามนั้น ที่ชายพิการทราบได้ว่า แวววับที่ยังยิ้มในแววตาของตน มิอาจสื่อให้คนบนรถคันงามนั้นแลเห็น
    แววไว ที่คุณค่า ความเป็นคน
    ของตนแล้วก็ได้แต่พยายามชักขาข้างที่ขาดอยู่แล้วของตนมิให้ท่านผู้ทรงเกียรติ
    ทับให้ขาดซ้ำเข้าไปอีก เสียงออกตัวขอรถปานประหนึ่งงานแข่งขันประลองความเร็วเดย์โทน่า มลรัฐมิชิแกน
    จึงบดหน้ายางผ่านรอยกุดด้วนไปเพียงครึ่งเซ็นติเมตร

    และความเป็นคนที่ทรงเกียรติ ได้แล่นผ่านไปกับสายลมฉะนั้น

    ...

    มือที่กุดหาย ประกบเข้าหากัน ในใจเขาอยากจะพนมมือเหลือเกิน ถ้ามือมันยังคงอยู่
    ขาที่ขาดด้วน คุกเข่าเข้าหากัน และร่างที่คงความเป็นคนไม่เต็มคน ก็ทรุดราบลงกับพื้น

    เบื้องหน้าพระบรมฉาทิศลักษณ์ บนซุ้มประตูถนนราชดำเนิน

    น้ำตาหยาดใส ๆ รินไหลลงอาบแก้ม กลบเกลื่อนความปวดร้าวของการดำรงชีวิต ในสังคมเมืองที่ผู้คนแลเห็น
    เพียงแต่ความเป็นไปของตน และมองเห็นความเป็นคนน้อยลง

    ถึงกระนั้น คนที่ไม่เต็มคนคนหนึ่ง ยังภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นเพียงคราบร่างของคน
    ในแผ่นดินที่พระองค์
    ทรงทอดพระเนตรเห็นประชาชนของพระองค์

    ไม่ว่าคนคนนั้น จะสูง ต่ำ ดำ ขาว จะยากดีมีจน จะเกิดบนกองสุข หรือความทุกข์ยาก
    สายพระเนตร ทรงทอดทอถึงหมู่มวลประชาทุกผู้ ทุกนาม

    ...

    ชายพิการคนนั้น ยังคงหมอบกราบแทบเบื้องพระบาท .. บนถนนราชดำเนิน
    June 07

    ระยะทางความหรรษา

    จากหนังสือ โลกละมุน ของคุณ อรินธรณ์
     
     
     
    ป่าสะแกราช นครราชสีมา
    .
    .
    .
    ตะวันตรงศีรษะ ฉันกำลังเดินแหวกพงหญ้าและไผ่เพ็กสูงระดับเข่า
    อยู่กลางป่าเต็งรังตามหลังลุงบุญส่งคนนำทางซึ่งกำลังเดินลัดเลาะ
    เส้นทางป่าอย่างชำนาญ โดยเดินไปพร้อมๆ กับเก็บเห็ดไป
     
    แกบอกว่าเห็ดนี่อร่อยเด็ดนัก กลับถึงบ้านแล้วจะยำให้ลองกินกัน...
     
    แต่ในใจฉันกลับนึกเล่นๆว่า จริงๆแล้วเส้นทางเดินป่านั้นวกวน หรือ
    เพราะลุงแกอยากโชว์การเก็บเห็ด เลยเดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาเล่นๆ
    ปล่อยให้คนเดินตาม ซึ่งสภาพทรุดโทรมคล้ายผู้อพยพจากเลบานนอน
    งุงงงกับเส้นทางคดเคี้ยวและลีลาการเดินเก็บเห็ดที่พลิ้วไหว
    เฉกเช่นศูนย์หน้าทีมชาติบราซิล
    .
    .
    .
    .
    .
    ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเราเอง ที่มีความคิดหลังจากเดินไปชมน้ำตก
    ในห้วยด้านหลังที่พักว่าไม่อยากเดินย้อนกลับทางเก่า  นัยว่าอยากสัมผัสเส้นทางใหม่ๆ
    ลุงบุญส่งผู้มีเมตตาก็เลยสงเคราะห์ให้สมใจ(อยาก) อาสาเป็นผู้นำทางเดินตัดภู
    อ้อมกลับที่พักอีกทาง ซึ่งแกบอกว่าไม่ไกลเท่าไหร่
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    แต่นี่เดินมาชั่วโมงนึงแล้ว
    .
    .
    รอบๆ ตัวก็ยังเป็นทุ่งหญ้าสลับกับป่าเต็งรัง เหมือนเดินวนอยู่ ณ จุดเริ่มต้น
    .
    .
    สภาพป่าสองข้างทางเป็นป่าโปร่ง แดดแรง ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยไม้เตี้ยๆ
    จำพวกปรงขึ้นสลับกับทุ่งหญ้าที่มีเห็ดผุดขึ้นอยู่เป็นระยะๆ ลุงบุญส่งชี้ให้ดูว่า
    สีขาวเรียกว่าเห็ดน้ำข้าว สีส้มอ่อนๆ เรียกว่า เห็ดมันปู กินได้ทั้งคู่
    .
    .
    แต่ฉัน และเพื่อนๆ กลับไม่ค่อยสนใจกันสักเท่าไหร่เพราะความเหนื่อยและกระหายน้ำ
    กำลังบุกรุกอยู่ในความรู้สึก เนื่องจากไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะต้องเดินเท้าไกลขนาดนี้
    .
    .
     
    " อีกไกลไหมลุง? "   
     
    ใครบางคนเอ่ยถามขึ้นหลังจากได้ชื่นชมลีลาการเดินเก็บเห็ด
    มากกว่าสองชั่วโมงแล้ว
     
     
     
    "เดินสนุกก็ไม่ไกลหรอก...แต่ถ้าเดินไม่สนุกก็ไกล"
     
    นั่นคือคำตอบจากแก ซึ่งมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเหมือนหน้ากล่องยาสีฟัน
    .
    .
    ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าไกล ฟ้าใส แดดร้อนแรง จนปุยเมฆจับตัวกัน
    เป็นก้อนกลมๆ รูปทรงต่างๆ กันไป
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    หลังพวงมาลัย บนเส้นทางลำปาง-เถิน
    เป็นอีกครั้งที่ใช้เส้นทางนี้เดินทางล่องลงเมืองใหญ่ วันนี้แดดใส ฟ้าสวย เมฆเป็นปุย
    ฉันนั่งปล่อยสายตาชื่นชมท้องฟ้า แล้วก็นึกถึงวันเก่า สมัยเด็กๆ ที่เรามักจะชี้ชวนกันดู
    ปุยเมฆสวยๆ รูปร่างคล้ายๆกับหมาจู บางก้อนคล้ายๆปลาวาฬพ่นน้ำ บ้างก็หน้าตาเหมือน
    พ่อครัวใจดี ซึ่งบางทีก็มีแต้มเติมจินตนาการผูกร้อยหลากหลายรูปให้เห็นเป็นเรื่องราวสนุกสนาน
    .
    .
    หลายครั้งที่การขับรถบนเส้นทางนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อแต่ครั้งนี้ฉัน และเพื่อนกลับสนุกไปกับการปลดปล่อย
    จินตนาการไปกับปุยเมฆรูปทรงต่างๆ เหมือนในวัยเด็กอีกครั้ง
     
    แล้วท้องฟ้าวันนั้น ก็ทำให้นึกย้อนไปถึงคำตอบของลุงบุญส่งกลางป่าสะแกราช...
    .
    .
    .
    .
    หลายครั้งที่การเดินทางของชีวิตนั้นมีปัจจัยหลายอย่างกำหนด ในเมืองใหญ่การเดินทางมักถูกกำหนด
    เวลาไว้ด้วยนาฬิกาดิจิตอล ซึ่งอัตราการเคลื่อนที่เป็นเสี้ยววินาที...วินาที...นาที...ชั่วโมง
    และระยะทางใกล้ไกลก็มีหน่วยวัดชัดเจนว่าเป็นมิลลิเมตร...เซนติเมตร....เมตร...กิโลเมตร
     
    แต่ในป่ากลางภูสูง ระยะทางและเวลานั้นถูกกำหนดด้วยการคิดคำนวณในใจ อัตราการเดิน
    ทางของชีวิตจึงขึ้นอยู่กับแดด ฝน ลม ฟ้า ฤดูกาล หนาวยาวนานก็หลับนอนมากกว่าตื่น
    หน้าร้อนก็ตื่นมากกว่านอน คำนวณระยะทางความเร็วช้าด้วยความรู้สึก
     
    นั่นคงเป็นเหตุผลที่ลุงบุญส่งตอบเราหลังจากคำนวณระยะทางที่เหลือแล้วว่า
     
    "เดินสนุกก็ไม่ไกลหรอก...แต่ถ้าเดินไม่สนุกก็ไกล"
    .
    .
    .
    .
    .
    ดังนั้นคำถามว่าอีกไกลไหมจึงจะถึงที่พักของฉัน? จึงเป็นหมันอยู่ในใจเงียบๆ
    เพราะตระหนักได้ว่าหน่วยวัดเวลาและความใกล้ไกลระหว่างคนเมืองกับคุณลุงนั้นเป็นคนละอัตรากัน
     
    แต่ฉันกลับเริ่มค้นหาบางสิ่งในคำตอบของลุงบุญส่ง
    เริ่มต้นด้วยการปรับระยะหน่วยวัดระยะทางให้กลายเป็นการคำนวณด้วยความรู้สึก
    และเมื่อยิ่งเดินไปนานขึ้นก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกนั้นแจ่มชัดมากขึ้น
     
    เมื่อเราลืมเรื่องระยะทาง การเดินก็จะสนุก สายตาเริ่มมองเห็นสรรพสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น
    เพราะจิตใจไม่ได้ผูกติดอยู่กับความใกล้ไกล ได้เห็นต้นไม้ ดอกไม้ ป่า และว่านหน้าตาแปลกๆ
    ได้สัมผัสต้นจริงๆ ของว่านโด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร่ยอดนิยมที่มักอยู่ในโหลยาดองร้านใกล้บ้าน
    ชมนกสองข้างทางซึ่งมีทั้งนกพงเล็กๆ และนกสีสวยๆ จำพวกเขี้ยวก้านตอง
     
    ได้เรียนรู้ว่าต้นปรงก็มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย สนุกกับการลุยลำธาร ตัดข้ามพงหญ้าสูงท่วมหัว
    เลาะแนวกันไฟป่า ข้ามภูสองลูก พร้อมๆ กับการช่วยลุงมองหาเห็ด เพลิดเพลินกับความรู้นอกตำรา
    ซึ่งสัมผัสได้ง่ายๆด้วยหัวใจที่รื่นรมณ์ และรู้สึกว่าเดินอีกเพียงครู่เดียวก็มาถึงถนนใหญ่หน้าที่พัก
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    แต่รวมระยะเวลาที่เดินจริงๆ กว่าสี่ชั่วโมง
     
     
    การเดินทางก็เหมือนกับการเรียนรู้ หากเราเพลิดเพลินกับสิ่งนั้นๆ ความรู้ใหม่ๆ
    ก็จะเดินมาหาโดยที่เราไม่รู้ตัว
     
    ทุกๆวันในชีวิต เรากำลังเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อที่จะเข้าใจวันคืนซึ่งกำลังผ่านไป
    อย่างน้อยที่สุดเมื่อดวงอาทิตย์ฉายแสง เราก็เริ่มเรียนรู้เพื่อที่จะมีชีวิตในวันใหม่อีกวัน...
     
    การเรียนรู้ไม่เคยสิ้นสุด
     
    เพียงคุณรู้วิธีที่จะหรรษากับมันเท่านั้น
     
     
     :)
     
     
     
    May 10

    ---เข็มขัดของหม่อน--

    ผลงานของ คุณ กะดอ แห่งเวปหลุดโลก
     
    (อ่านคลายเครียดนะครับ อย่าไปจริงจัง เป็นมุม ฮาๆ ของเด็กช่าง)
     
     
     
    -----------------------------------------------------------------------------------------
     
     
     
    ....มาอีกแล้วครับท่าน.....โบกมือโบกผ้าเรียกซื้อเรียกหากันได้เลยนาคร๊าบบบ..
    ...เฮ๋ย...ม่ายยยยยยยยจ๊ายยยยยยยยยยยยยย
    .คราวนี้แก๊งก์เด็กช่างของกูไม่ได้มาเย็ด...ไม่ได้มาแดกเหล้าเมา...
    คราวนี้แก๊งก์เด็กช่างของกูมาทำหน้าที่อันดีงามตามวิสัยเด็กช่างแบบคลาสสิค

    คราวนี้พวกกูจะมาตีกันโว้ย.....5555555.......มาๆ..เข้ามาฟังกัน.......


    ...ไอ้หม่อน......ชื่อนี้พวกมึงยังจำกันได้มั้ย....
    ไอ้หม่อนนี่เป็นเพื่อนกูคนแรกในแก็งก์กะดอบิน ที่กูเอามาเผาในหลุดโลกเมื่อ2-3ปีก่อน......
    ใครยังจำเด็กวัยรุ่น ตัวผอมๆนุ่งกางเกงตัวโครกๆใหญ่ๆ..ที่มีอาวุธคู่ใจคือเข็มขัดทำเองหัวใหญ่ๆได้มั่ง......555......
    ที่ตอนเปิดตัวซีรี่ส์ช่างกล.
    ..แม่งมากระชากเข็มขัดเตรียมฟาดคู่อริ
    จนกางเกงหลุดตูดโชว์ลิงรูพรุน
    นั่นแหละ คือไอ้หม่อน..555.........จำได้มั้ย....อิอิอิ

    ...........ตามเคย.......วันนั้นตอนสายวันเสาร์.....พวกกูกะลังอู้งานในโรงฝึกที่แม่งน่าเบื่อเป็นที่สุด...
    นี่แม่งวันเสาร์นะเว้ย ควย.......พวกเด็กมัธยมเค้าไปเปรี้ยวอมหวานกันหยามเซ็นเตอร์กันแล้ว
    แล้วนี่พวกกูยังต้องมาลง กลึง ใส กัด เจาะ อีกเหรอวะ

    ...ไอ้เหี้ยเอก...เหน็บเหล้ามาขวดนึง......
    .....555..แล้วจะทำเหี้ยไรกันด๊ายยยยย
    พวกกูเลยตั้งวงแอบแดกเหล้ากันอยู่หลังสวนต้นไทร อันเป็นอาณาเขตของแก๊งก์กู...
    เพราะพวกกูเยี่ยวรดจองที่กันไว้เมื่อนานมาแว้วววว...กร๊ากกกกกกก

    ......ตามธรรมดาแหละ....กูว่านะ...เด็กวัยคะนอง แดกเหล้ารวมหัวกันเข้า
    แม่งก็เลือดลมเดินตามธรรมดา.....
    เรื่องส้นตีนๆอะไร
    แม่งก็ขุดมาคุยกันสะบั้นหั่นแหลก
    จริงมั่งโม้มั่งว่ากันไป.


    .......เริ่มแดกแรกๆก็หงิมๆกันดี คุยกันเรื่อง ตลกโปกฮา.....
    พอดีกรีเพิ่มมาอีกหน่อย..ก็มาคุยกันเรื่องเย็ดๆ......555....
    .แล้วพอใกล้จะหมดขวด...ก็มาเรื่องตีรันฟันแทงกันนี่แหละ.......อวดอ้างความจิ๊กโก๋กันไป
    มันมาตามเสต็ปว่ะ
    พวกมึงเคยมั่งมั้ยล่ะ.....................



    ไอ้เหี้ยหม่อน.......แม่งก็โม้ถึงวีรกรรมของมันกะอาวุธคู่เอว ที่สร้างชื่อให้มัน ....
    อาวุธคู่เอวของมันนี่ไม่ใช่ควยนะครับพี่น้อง.....
    อาวุธคู่เอวของมันคือ....



    แต่น แตน แต๊นนนนน...

    หัวเข็มขัดทำเองซิวะ..............
    หัวเข็มขัดแม่งเป็นหัวทองเหลืองสี่เหลี่ยมผืนผ้า.... กัดกรดเป็นลายองค์พ่อพระวิษณุประทับนั่งบนทั่ง...
    พร้อมบอกยี่ห้อสังกัด คือชื่อวิทยาเขตของกู.....ใหญ่.....ใหญ่....ใหญ่โตมาก

    ..............พวกมึงแม่งลองนึกภาพเอาเองละกันนะเว้ย....
    .เวลาไอ้คนตัวเล็กๆแห้งๆแย้ๆแม่งใส่ไอ้เข็มขัดอันยักษ์บักเป้งที่ว่าเนี่ยะนะ
    .......มันจะดูออกมาเหมือนไร

    ใครจะว่าแม่งเหมือนไรไม่รู้แต่กูดูแม่งชักจะดูยิ่งเหมือนหุ่นเหล็กหมายเลข28เข้าไปทุกทีแล้วไอ้ชิบหาย.......
    กร๊ากกกกก....ยิ่งไอ้เหี้ยนี่เค้าอยู่ในชุดช๊อปสีน้ำเงินยิ่งแล้วเข้าไปใหญ่....กรั่กๆๆๆ....โอย...ขำ..เย็ดเข้....

    พอแม่งเห็นพวกกูนั่งอ้าปากหวอฟังมันฝอยเพลินแม่งก็โม้ได้ที่เลยเว้ย
    ว่าการพกเข็มขัดหัวยักษ์ของมันเนี่ยะดีฝ่าพกมีดหรือระเบิด ปืน หรือ ห่าเหว อะไรเป็นไหนๆ
    ....เพราะมันบอกพกอย่างอื่น ถ้าตำรวจเจอนี่เกมส์ทันที..เออ...ก็จริงของมันนะวุ้ย.....

    ลงท้ายมันโอ่ๆว่าเข็มขัดมันน่ะกระชากออกมาเมื่อไหร่ต้องได้แดกเลือด...
    พร้อมชี้โชว์ให้ดูคราบกรังๆที่ติดอยู่ตามมุมเข็มขัด…
    มันบอกนี่แหละเลือดเด็กโรงเรียนอื่นเยอะแยะ ที่เคยโดนไอ้เข็มขัดแชมป์โลกของมันโซโลกบาลมา
    ...โหยย น่ากลัวนี่หว่า.....อิอิอิ

    .....ทันใดนั้นเหมือนสวรรค์แกล้งว่ะพี่น้องเอ๊ย.........
    ไอ้หวานเจ้าพ่อโดดร่มประจำแก๊ง....ขี่มอร์ไซค์พรวดเข้ามา......
    แม่งหน้าเครียดๆบอกตอนนี้พวกเด็กช่างที่อยู่แถวๆลาดพร้าวมีการรวมตัวกันแบบมากผิดปกติ...
    .ดูเหมือนจะเกิน20 แถมส่วนมากพวกถุงพกเป้กันด้วย......ตอนนี้พวกเด็กช่างเชื่อมกะเด็กยนต์รู้สึกจะออกไปกันแล้ว

     

    ไอ้สาดดด...มันจะผิดปกติยังไงวะ......แล้วมันเกี่ยวไรกะพวกกูเล้า...ชิบหาย....
    .พวกแม่งก็อยู่แถวลาดพร้าวพวกกูก็อยู่ตั้งแถวนี้ใกลกันเป็นโยชน์..

    ไอ้หวานแหวแปร๋นมาเลยเชียว......ไอ้สมองปลาหมึกเอ๊ย..จ๊าดง่าว...ถ้าแม่งรวมกันแถวถิ่นมันก็ช่างแม่งเหอะ
    แต่ตอนนี้ทำไมแม่งเสือกมารวมกันแถวห้าง...............ได้ไงวะ......ไอ้ฟ้ายยยยยยยยยยยย


    ..เอ้ย...ห้าง........เรอะ.......เย็ดตะม่อน.....แม่งห่างจากวิทยาเขตพวกกูไปแค่20-30นาทีเองนี่เว้ย..
    ไม่ได้ซะแล้ว..กะลังเมาห้าวด้วย.....เมาๆเงี้ยะดีเลยสาดดด....

    สมองกะลังหลบในด้วย...กร๊ากกก
    แปลว่า ไม่คิดเหี้ยไรแล้ว...ไปเล่นแม่งเลยดีฝ่า.....555...
    ห้างนั่นพวกกูถือว่าไปเยี่ยวรดมาแล้ว.....ห้ามเด็กที่อื่นมาเยี่ยวซ้ำ...ผิดผีๆ.....
    เมื่อผิดผีมันก็ต้องเซ่นด้วยเลือดซิว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยย…..


    ไปเว้ยพี่น้อง...หาส้นตีนแดกแกล้มเหล้ากันดีฝ่า....กร๊ากกกกกกก.......
    ก็ากันป๊ายยยยปากดีกันปายยยย


    แหม...เก๋ากันจิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง



    จริงๆแล้วง่ะ......พวกกูง่ะ.รักสงบนะเว้ย
    ...ไอ้ที่ชวนๆกันไปน่ะไม่ใช่เหี้ยไรร๊อก....

    แค่จะไปเป็นไทยมุง ชมดูความสนุกแค่นั้นแหละ กร๊ากกกกกกกก.......55555
    ห่า...ตีกันเราป่วย เรื่องหีไปด้วยถึงป่วยเราก็ไป.....กรั่กๆๆๆ...

    .แล้วก็นะ อีกอย่างพวกช่างอื่นแม่งล่วงหน้าไปตั้งนานแล้ว

    ป่านนี้มันมิซัดกันนัวไปแล้วเรอะ....ก็เลยตกลงกันว่าจะไปมือเปล่าๆ...ไร้อาวุธ.....
    เผื่อตำรวจเจอจะได้ไม่โดนจับ..กะจะบอกว่าออกมาแดกข้าวห้าง

    พวกกูที่ไปกันเลยมีแค่กำปั้นกับแหวนรุ่นวงมหึมา......เอาประมาณว่าถ้าโดนก็น้องๆสนับมือแหละวะ......
    มีแค่พี่หม่อนกูคนเดียว ....แม่งคำรามฮึ่มฮั่มไปตลอดทาง.........
    อ้อ.....ไอ้ห่านี่แดกเหล้าเข้าไปเยอะกว่าเพื่อนซินะเนี่ยะ กรั่กๆๆๆๆ..ถึงได้ห้าวซะเลื้อเกิ๊นนนนนนนน....555

    ......ตลอดเบาะหลังของรถเมล์คันนั้นพาพวกกูร่วม10คนแล่นฉิวเฉื่อยตามประสารถเมล์วันเสาร์ไปป้ายแล้ว...ป้ายเล่า......
    ผู้โดยสารก็บางๆว่ะ..ไม่เยอะมาก เรียกว่ารถนั้นแทบจะเป็นของพวกกูก็ว่าได้
    เพราะพวกคนธรรมดาพอเห็นลักษณะพวกกูเค้าก็เบียดไปอยู่ข้างหน้ากันหมดแร้วววว….ขอโทษคร๊าบบบบบบ....

    มี2-3ครั้งตอนรถกะลังวิ่งๆอยู่ก็จะมีพวกกูที่เอามอร์ไซค์ออกนำหน้าไปก่อนขับย้อนมาวิ่งตีคู่ไปกะประตูหลังรถเมล์
    เรียกว่าแม่งตีข้างมาเลย เพื่ออะไรรู้มั้ยพวกมึง....5555.
    ..มันขับวนกลับมาบอกสถานการณ์ไงเล้า


    ....555..กร๊ากกกก

    เป็นไงเด็ดมั้ยพวกกู
    ........ทำงานกันมีระบบดีแท้.....5555

    ...ไอ้หวาน....ที่ตีคู่กับประตูหลังรถเมล์
    มาตะโกนแจ้งข่าวการศึก
    บอกว่า เด็กแผนกอื่นที่ล่วงหน้าไปก่อนหนีกันหมดแล้ว


    ...ไอ้ห่าพวกนั้นมันมีปืน....


    ฮะ....เล่นปืนเลยเรอะ.......ไอ้ตุ๋ยที่อยู่หลังกูงัดเหล้าออกมาแดกทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดฟอร์มของวิทยาเขต...


    .กลัวอะเดะ...
    เหมือนกรูเลย...อิอิอิ

    ....ปุ๊ยังเงียบไม่รู้คิดอะไร.....

    .....อีก4ป้าย.....

    .....อีก3ป้าย.....
    …ตอนนั้นกูที่โหนอยู่ตรงราวหลังบนรถข้างบนชักจะใจคอไม่ดี
    ...ก็..แหม....ห่าแม่งมีปืน......
    .เหงื่อเริ่มแตกออกมาแถวๆง่ามมือและง่ามดาก..
    .ปุ๊กระซิบบอก..ใจเย็นๆเหอะไม่มีไรหรอก....กูอยู่นี่ทั้งคนไม่ปล่อยมึงตายหรอกไอ้เหี้ย
    .แม่งจะกล้ายิงจริงๆให้แม่งรู้ไป
    เออ..เอาก็เอาวะ....มาแล้วนี่วุ้ย...ซี๊ดดดดดดด


    .....อีก2ป้าย.....

    เริ่มเห็นลางๆแล้วแฮะ
    คราวนี้.......พี่หม่อนครับ...
    พี่หม่อนของกูเค้าเดินลงมาเหนี่ยวราวประตูหลังตรงข้างล่างอีกแล้วครับท่าน
    ยืนตำแหน่งเดิมกับตอนกระชากเข็มขัดแล้วกางเกงหลุดโชว์ลิงแดงๆเมื่อคราวก่อนน่ะแหละ.
    พร้อมกับเอาตัวชะโงกออกนอกตัวถังไปครึ่งนึง...
    ชะแง้ดูป้ายแดนมิคสัญญีที่กำลังพาตัวเองลงแดนประจัญบานที่กำลังจะถึง
    .ห้าวดีวุ้ยไอ้ห่านี่....แต่กลิ่นเหล้ามึงนี่หึ่งเลยนะ...ตกรถเมล์ไปนี่หายเท่ห์เลยนะมึง...กรั่กๆๆๆๆๆๆ......
    มันบอกคราวนี้กางเกงเอวเล็ก....กระตุกยังไงก็ไม่หลุด...กร๊ากกกกก....มึงอายล่ะซิเนี่ยะ.......กรั่กๆๆๆๆ...ฮาแท้เพื่อนกูนี่เว้ย


    ตำแน่งที่ไอ้หม่อนโหนอยู่ข้างหน้ามีไอ้เอกซ้อนอยู่ข้างหลัง...เรียกว่าพวกแม่ง2ตัวนี่เกาะกันเป็นตุ๊กแกเต็มประตูหลังกันเลยทีเดียว....5555
    ห้าวกันเต็มที่แล้ว.....เรียกว่าพอถึงป้ายปุ๊บไอ้2ตัวนี่ได้โดดลงลุยก่อนใคร.......เจ๋งแท้.....เอ...รึว่าจะโดดแล้ววิ่งก็ไม่รู้แฮะ..กรั่กๆๆๆๆ


    .....อีก1ป้าย.....
    เย็ดมะตะบะ...ไหงแม่งบอก20...ชิบหายนี่แม่งร่วม40แล้วนะโว้ย.....
    แค่พวกแม่งย่อยๆกันไม่รวมกันให้เป็นจุดเด่นเท่านั้นเองนี่เฮ้ย.....แม่งมืออาชีพนี่หว่า
    เหลียวมามองพวกกู.....1-2-3-4-5-6-7-8.......เย็ดครก....ไม่ถึง10.....
    แถมมีแต่หมอยกะรอยยิ้ม......เหงื่อกูทำไมไหลไม่หยุดเลยวะเนี่ยะ......


    เหมือนเหตุการณ์เดิมวนรอบกลับมาอีกครั้ง.........ตอนไอ้หม่อน โชว์กุงเกงลิง...

    ไอ้เหี้ยพวกนั้นมองเห็นพวกกูแล้ว.........มันเริ่มย่อยๆกลุ่มเดินมารอกันแล้ว......

    คนแถวๆลานหน้าห้างนั่นเริ่มเดินหนีกันแล้ว........

    อีก200เมตร.....รถเมล์ลดความเร็ว...


    อีก100เมตร...รถเมล์ลดความเร็วลงอีก .....ไอ้พวกเหี้ยนั่นชี้หน้าพวกกูแล้ว....แม่งยิ้มเว้ย

    ..............กูบอกได้เลย...พวกกูกะลังเจอมืออาชีพด้านนี้แน่แล้ว.........

    ถึงตอนนี้ไอ้หม่อนกระตุกเข็มขัดออกมาหมดแล้ว.........แม่งกำปลายสายไว้นิดนึง ที่เหลือเตรียมฟาด
    ไอ้เอกที่ซ้อนหลังนี่กูดูแล้วแม่งทำท่าเหมือนพอรถจอดปุ๊บแม่งก็โดดถีบ2ตีนปั๊บแน่นอน....

    อีก50เมตร...รถเมล์ลดความเร็วลงอีกจนในสมองกูตอนนั้นมันเหมือนจะหยุดวิ่งเอาซะด้วยนา...
    ..คืออะดรีนาลีนกูตอนนั้นมันคงกำลังหลั่งหยั่งกะท่อแตกอยู่มั้งเลยไม่ได้รับรู้....




    ...ปุ๊หน้าเหี้ยม....แสยะยิ้ม

    ไอ้ตุ๋ยหน้าแดง.....ไอ้หวังคลึงกำปั้นขวา....ไอ้หนองเม้มปาก.......ไอ้วัฒน์ก็ดูเฉยๆ.....

    นี่จริงๆแล้วพวกกูแค่อยากจะมาดูไม่ใช่เหรอวะ.....ซวยชิบหาย......


    ........ได้เวลาแล้ว.........

    เพราะพวกแม่งเดินเร็วๆแทบจะเป็นวิ่งเข้ามาแล้ว.....โอ๊ยยยย.......ตายแน่กู........

    ......ตะละคน...อะโฮ้ยยย....หัวตัดงี้....สปาตาร์งี้.......

     

    กูกะปุ๊ช่วยกันมองหาไอ้ตัวไหนแม่งพกปืน...ต้องเก็บแม่งก่อน

    .......พวกแม่งเข้ามาใกล้แล้ว......

    ไอ้เอกที่ซ้อนหลังชี้หน้าพวกแม่ง........แล้วแจกของดังสนั่นถนน


    .......................ค้วยยยยยยยยยยยยยยย................


    ไอ้เหี้ยหม่อนมือขวาโหนเกาะราวประตูหลัง......มือซ้ายชูเข็มขัดขนาดฝาบ้าน....

    .........ไม่ได้ชูธรรมดาครับพี่น้องทั้งหลาย.......

    พี่หม่อนของกูเค้าแกว่งควงเข็มขัดด้วย......


    ทุกท่านลองใช้จินตนาการอันล้นเหลือของท่านเถิด..ว่าภาพที่กูบรรยายมานี่มันทรงพลังแค่ไหน......

    ลองนึกดูนะถ้าพวกมึงไปอยู่ข้างรถเมล์ที่พวกกูอยู่เนี่ยะนะ.....


    ......มึงจะเห็นภาพวัยรุ่น1โขยงออกอากัปกริยาไปในทางเดียวกัน...
    .หน้าตาเค้าเหล่านั้นขมึงทึงพร้อมจะร่วมกันทำสิ่งภารกิจอันยิ่งใหญ่
    โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หัวเข็มขัดเท่าฝาบ้านควงร่อนกระทบเปลวแดดส่งประกายระยิบ..
    จนดูไปคล้ายปฎิมากรรมในประเทศสังคมนิยม.......

    โอวววมันยอดมาก...มันช่างวิจิตรบรรจงศิลป์นวลมณีและกระซวกออกมาจากจิตรวิญญาณเป็นล้นพ้น


    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก......เป็นไง บรรยายเนียนมั้ยล่ะกู.....
    .เหลิมชัยก็เหลิมชัยเหอะวะ


    นั่นแหละไอ้สาดดดด...กูก็บรรยายมาเป็นคุ้งเป็นแคว..........


    ฟิ้วววว...หวืออออ............เสียงเข็มขัดแหวกอากาศจากการควงของเฮียหม่อนเค้า
    .
    .
    ..
    .
    .

    โครม....ก๊อง....เสียงก้อนหินที่พวกแม่งเขวี้ยงเข้าใส่เปิดฉากก่อน...ไม่เป็นไรไม่โดน
    .
    .
    .
    .
    .


    ฟิ้วววว...หวืออออ....เสียงเข็มขัดแหวกอากาศจากการควงของเฮียหม่อนเค้าเหมือนเดิม
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    โป๊ก....โป๊กก....ป๊อก.....ฉอก....

    ฮึ..ไรวะ เสียงแปลกๆนะ

    และตามมาด้วย

     
     
     
     
    ........โอ๊ยยยย....ไอ้เหี้ยยยยยย........................




    เสียงไอ้เอกนี่หว่า..............ฮะ...เพื่อนโดนอะไรแล้วเรอะ......


    .........................ภาพที่เห็น…………..



    .............หัวเข็มขัดอันมหายักษ์ไอ้หม่อนที่ควงโชว์วื๊ดๆ...........


    วงสวิงการควงมันกว้าง...............................กว้างจนฟาดเอากบาลไอ้เอกที่อยู่ข้างหลังติดๆกะมันเข้าแบบจังๆ


    .......ไอ้เอกหัวแตกเลือดอาบ.........



    มึงเอาอีกแล้ววววว...ไอ้เฮี้ยยยยยม้อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน.....



    ....กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก......โอ๊ยยยยยย....กร๊ากกกกกกกกก....


    อืม.....นะไอ้หม่อน...ถึงมึงจะทำห่าไรไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวก็เหอะนะ..แต่อย่างนึงที่กูพอจะเชื่อได้

    เข็มขัดมึงง่ะ กระชากมาเมื่อไหร่เป็นต้องได้แดกเลือดนี่แม่งจริงว่ะ อิอิอิ



    สรุปว่าวันนั้น


    ไอ้เอกโดนเย็บไปซะ4-5เข็มนี่แหละจำไม่ได้...
    .ตอนนี้ไปดูหัวมันเดะ....ผมแม่งยังไม่ขึ้นเร้ยยยยยยยยยยยยยย



    จำไว้นะจ๊ะ....เวลาเด็กช่างเค้าแกว่งเข็มขัด อย่าไปอยู่ข้างหลังเค้านะ...................


    //วันนั้นไม่มีเหี้ยไรร๊อก.....ไอ้เด็กเหี้ยพวกนั้นน่ะตอนแรกมันก็จะเอากะพวกกูนี่แหละ...
    .....แต่เสือกอยู่นานไปนิดนึง ตำรวจเลยมา...ที่มันวิ่งเข้ามาหาพวกกูนี่ก็จะหนีตำรวจนั่นแหละ...กรั่กกกกก....

    จะตีกันไปทำไม
    .......โง่กันท้างงงงน้านนนนนนนนนนนนนนน...
    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


    May 07

    ไม่ได้กลับมานาน เขิน...

    ไม่รู้จะพูดไรดี แหะๆ
    ที่หายไป ก็ไปฝึกงานนะงับ
    ไปฝึกตำแหน่ง อาร์ตได ที่บริษัทโฆษณา
     
    ได้รู้อะไรเยอะแยะดีงับ
    เช่นกว่าที่จะมาเป็นเป็นโฆษณาในTV นั้นมันยากลำบากโครตๆ
    ยิ่งพวกโฆษณาเครื่องสำอางที่เห็น คอนเซ็ป ซ้ำไปซ้ำมา นั้นยิ่งยากกกก
    กว่าจะได้ฉาย ต้องคิดกัน 30-40 บอร์ดเลยทีเดียว
     
    แล้วถ้ายิ่งเจอลูกค้าชอบ Hard Sale ยิ่งไปกันใหญ่ เดี๋ยวจะเอานั้นเพิ่มนี่เพิ่ม
    กลุ้มใจแทนพี่ๆเค้าจริงๆ บางวันก็ต้องทำงานกันดึกๆดื่นๆ แล้วต้องพรีเซ็นเช้า
    แต่อันนั้นก็คงเป็นเรื่องธรรมดาของพี่ๆเค้า
     
    แต่ที่เห็นพี่ๆบ่นกันก็พวก งานต้องการไวๆ เช่น งานเข้ามาวันจันทร์ ต้องขายกันวันศุกร์
    แล้วงานในกลุ่มก็ยังถืออีก3-4 ตัว ยังไม่เสร็จ ปวดขมับเลยที่นี้ งานที่ออกไปก็ไม่ดีซิ
    เฮ้อออ เห็นใจจริงๆ
     
    แต่ไม่ใช่ทำงานด้านนิจะมีแต่เรื่องเหนื่อยๆนะ สบายๆก็มี ต้องไปถ่ายหนังไง สนุกสุดๆ
    แถมสบายสุดๆด้วย จะกินอะไรก็มีให้กิน เยอะแยะๆไปหมด ก็นะถ่ายหนังแค่ 30-15 วิ ใช้เงินเป็นล้านๆ
    เค้าก็ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อกันหน่อย ผมเด็กฝึกงานก็สบายไป เอิ๊กๆ
     
    โดยรวมๆแล้วสนุกครับ มันดี ชอบๆ
     
    ก็เลยว่าจะทำพอร์ต แล้วก็จะหายๆไปอีกแหละ เอิ๊กๆๆ
     
    แล้วเจอกันใหม่นะงับ...
    January 29

    ขออนุญาติ...หาย

     
     
    เพราะ กำลังฝึกเป็น AD เลยขอหายยยยยยยยแบบยาวๆๆ แล้วกัน เหนื่อยแต่มันชิบ...